แรกเริ่มเรียนมวยไท่จี๋
โดย อาจารย์ต่งอิงเจี๋ย
เซียวหลิบงั้ง เรียบเรียง
มวยไท่จี๋เป็นวิชากำลังภายในของสำนักอู่ตัง ผู้ที่ต้องการฝึกฝนร่างกาย
ไม่ว่าเด็กหรือคนชราก็
สามารถศึกษาได้ เด็กน้อยตั้งแต่อายุ 8 ปีขึ้นไป คนชราอายุ 60 ปีขึ้นไปก็ฝึกได้
กับผู้ที่มีร่างกาย
อ่อนแอก็สามารถฝึกได้ เมื่อฝึกฝนได้หลายเดือนผ่านไป จะค่อยๆ รู้สึกได้ถึงความแข็งแรงของ
ร่างกาย เด็กน้อยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต เวลาฝึกมวยควรเปิดท่าให้เหยียดกว้างไว้
(คือ
เวลายื่นแขนหรือยกขาขึ้นเตะ ควรให้แขนขายืดยาวออกไปกว่าปกติจึงจะดี) เพียงแต่เด็กหนุ่ม
สาวที่มีอายุน้อยกว่า 20 ปี เวลาฝึกมวยไม่ต้องเก็บอก (หันเซียง-ห่ำเฮง)
เนื่องจากก่อนอายุ 20
ปี โครงกระดูกยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ กำลังอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนแปลง จึงควรให้ร่างกาย
ตรงเป็นปรกติไว้ก่อนจะเป็นการดี เมื่อผ่านพ้นอายุ 20 ปีไปแล้ว จึงค่อยมาฝึกเพิ่มเรื่องการเก็บ
อก
ท่ามวย 13 ท่า (หมายถึงมวยทั้งชุด เช่น 81 ท่า, 88 ท่า หรือ 108
ท่า - ผู้เรียบเรียง) สามารถ
เรียนให้จบได้ใน 3 เดือน ใช้เวลา 1 ปีในการฝึกให้คล่อง ใช้เวลา 3 ปีในการฝึกให้ดี
หลังจากนั้น
ยิ่งฝึกจะยิ่งชำนาญ แต่หากไม่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรง (จากอาจารย์ผู้รู้) ย่อมไม่สามารถทำ
ได้ มวยไท่จี๋ ถ้าหากไม่ได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์ผู้รู้ ก็เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น
บ้างเท่านั้น ฝึกฝนผ่านไป 10 ปีแล้ว สุดท้ายยังคงเหลว ถ้าหากได้รับการถ่ายทอดจากอาจารย์
ผู้รู้ ก็จะสามารถรู้ถึงรายละเอียดและความลึกล้ำ รวมถึงรู้จักวิธีการใช้ ถ้าหากฝึกฝนไปตามหลัก
ก็ไม่ยากที่จะฝึกใ้ห้ร่างกายเป็นดั่งร่างเทวราช (คือร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์เกินกว่าบุคคล
ธรรมดาทั่วไป - ผู้เรียบเรียง) ไม่เพียงแต่ร่างกายจะแข็งแรง แต่ัยังแฝงไว้ด้วยความสามารถใน
การใช้ในการป้องกันตัว
เวลาในตอนเช้าและค่ำ เป็นเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งในการฝึกมวย หลังอาหารแล้วพักสักครึ่งชั่ว
โมงหรือหนึ่งชั่วโมง แล้วจึงค่อยทำการบริหาร ถ้าหากร่างกายอ่อนแอ ก็ให้ฝึกตามกำลังความ
สามารถของตนเอง หลังจากรับประทานยาจีนยาแผนปัจจุบัน หรือหลังจากที่ได้รับการฉีดยา
ไม่ควรรีบทำการบริหาร ควรพักผ่อนเสียก่อน หลังจากหายเป็นปกติแล้ว จึงทำการฝึกฝนต่อ
ไป ให้ฝึกมวยทุกวัน เวลาเช้าค่ำ ครั้งละ 2-3 รอบ หากฝึกมวยในฤดูร้อน อากาศร้อนอบอ้าว
ห้ามอาบน้ำด้วยน้ำเย็น (หลังจากที่ฝึกเสร็จ ในประเทศจีน น้ำที่เก็บเอาไว้ใช้จะเย็นเฉียบ
ถึง
แม้ว่าจะเป็นหน้าร้อนก็ตาม - ผู้เรียบเรียง) เพราะเกรงว่าจะเป็นเหตุให้ความร้อนในร่างกาย
ถูกปิด ไม่สามารถระบายออกมาได้ ถ้าได้พักเสียก่อนก็ไม่เป็นอันตราย ในฤดูหนาว หลังการ
ฝึก ให้รีบสวมเสื้อให้ร่างกายอบอุ่น (ในเมืองไทยคงไมใ่ต้อง เพราะหน้าหนาวก็ยังร้อนตับแตก
แต่ในเมืองจีน หน้าหนาวจะหนาวจัด - ผู้เรียบเรียง) มิฉะนั้นเกรงว่าจะกระทบถูกความเย็นได้
ง่าย หลังการฝึกอย่าได้รีบนั่ง ให้เดินเล่นสัก 5 นาที เพื่อให้เลือดลมโคจรเป็นปรกติเสียก่อน
เวลาฝึกมวย ควรทำจิตใจให้สงบ ใจไม่ไปคิดเรื่องอื่น จิตไม่รับความรู้สึก
(เรื่องภายนอก) ใจ
มุ่งในการฝึกมวยอย่างเดียว วิธีการต่อสู้ของมวยไท่จี๋มีความลึกล้ำมาก มวยไท่จี๋ถูกตำหนิว่า
ไม่สามารถใช้ได้จริง สาเหตุเพราะว่าผู้คนในปัจจุบัน ส่วนใหญ่ฝึกฝนกันอย่างผิวเผิน
ไม่ได้
เจาะลึก ไม่เสาะหาและเข้าหาอาจารย์ที่มีฝีมือ ไม่ถามไถ่เพื่อนฝูงที่สามารถบอกกล่าวแนะ
นำกันได้ แต่กลับมากล่าวว่ามวยไท่จี๋ใช้จริงไม่ได้ อย่างนี้จะโทษผู้สอนว่าไม่ยอมถ่ายทอดให้
อย่างนั้นหรือ มวยไท่จี๋นี้ถือกำเนิดมาจากเต๋า เมื่อเริ่มเรียนแต่ละวันให้เรียนเพียง
1-2 ท่า อย่า
ได้เรียนมากเกิน เมื่อเริ่มเรียนจะรู้สึกว่ายากสักหน่อย หนึ่งเดือนให้หลัง เมื่อเริ่มคุ้นเคยกับท่า
มวยก็จะรู้สึกว่าเรียนง่ายขึ้น ผู้ฝึกมวยในช่วง 1-2 เดือนแรก มักจะรู้สึกว่าดีเหลือเกิน
พอฝึกไป
ได้อีกสัก 3-4 เดือน ความรู้สึกจะสวนกับแต่ก่อน รู้สึกว่ายากลำบากกว่าเดิม ควรทราบว่านี้เป็น
สิ่งที่บอกถึงความก้าวหน้า ถ้าหากว่าไม่มีความก้าวหน้า จะไม่สามารถรู้ได้ว่าท่ามวยดีหรือไม่ดี
อย่างไร ผู้ฝึกใหม่จะต้องผ่านขั้นตอนนี้ อย่าถอดใจไปก่อนด้วยสาเหตุนี้
หมายเหตุ - ระยะเวลาการฝึกตามที่กล่าวข้ัางบนนี้ เป็นระยะเวลาการฝึกตามแบบสมัยก่อน
ก็
คือฝึกกันทุกวัน เจออาจารย์ทุกวัน จึงจะเป็นระยะเวลาตามที่กล่าวไว้ได้ แต่ถ้าเป็นคนในยุค
ปัจจุบันที่เจออาจารย์กันอาทิตย์ละ 2-3 วัน หรือบางคนอาจเจออาจารย์แค่สัปดาห์ละหนเดียว
อย่างนี้ต้องมีตัวคูณระยะเวลาเข้าไปอีก แถมบางคนอาจไม่ค่อยฝึก ไม่ได้ฝึกทุกวัน
แบบนี้ตัว
คูณคงต้องทวีคูณเข้าไปอีก - ผู้เรียบเรียง