แนวทางเพื่อนำเข้าสู่ประตูแห่งมวยไท่เก๊ก ตอน4
คำสอนของอาจารย์หยางอวี๋ถิงสำหรับหลักสำคัญบางประการ
2. อะไรคือการ "ซง" และจะ "ซง" ได้อย่างไร
การ "ซง" หมายถึงภาวะที่ร่างกายทั้งร่างผ่อนคลายอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่หย่อนทรุด
แขนขาไม่ยืดเหยียดจนสุดและไม่รั้งงอเป็นมุมแหลม หากแต่ปล่อยให้ข้อต่อมีการผ่อน
คลายเป็นธรรมชาติ ดังนั้น แม้ว่าผู้ฝึกมวยไท่เก๊กจะชกหมัดตรงออกไปยังคู่ปรปักษ์ เขา
ก็ยังจะต้องกระทำในรูปแบบที่ศัพท์ไท่เก๊กเรียกว่า "แสวงหาความตรงในความโค้ง" ยก
เว้นเมื่อร่ายรำในมวยในท่วงท่าเฉพาะ หรือการคงร่างกายในท่วงท่าบางท่าซึ่งต้องอาศัย
การเกร็งรั้งอย่างเหมาะสม หากแต่กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ข้อต่ออื่นๆ ล้วนต้องผ่อนคลาย
อย่างเป็นธรรมชาติทั้งสิ้น วัตถุประสงค์ของการ "ซง" มีดังนี้ประการแรก เป็นการทำให้ร่างกายภายนอกพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหวแบบช้า นิ่มนวล
โค้งกลม คล่องแคล่วสัมพันธ์ ไหลเลื่อนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอประการที่สอง เพื่อให้บริเวณท้องและเอวผ่อนคลาย ทำให้กระบังลมสามารถเคลื่อนขยาย
ลงมาได้ต่ำที่สุด และร่างกายสามารถสูดเอาอากาศเข้ามาได้อย่างเต็มที่ สามารถรักษา
ชี่ไว้ที่บริเวณตันเถียนได้ดี ซึ่งทำให้ทั่วทั้งร่างกายสดชื่นมีกำลัง มีศูนย์กลางร่างกายอยู่
ต่ำและมีความมั่นคงจะซงได้อย่างไร การหมั่นตรวจสอบท่วงท่าและการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งหากพบ
ความฝืดอยู่บริเวณใดในร่างกายก็ให้ผ่อนคลายมันลงไปก็สามารถช่วยได้ หากกระบวนการ
พื้นฐานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความฝืดเกร็ง คือการสังเกตลักษณะร่างกาย ท่วงท่าต่างๆ ว่า
สอดคล้องอย่างเป็นธรรมชาติกับหลักวิชามวยไท่เก๊กหรือไม่ โดยเฉพาะหลักพื้นฐานหก
ประการซึ่งได้เคยกล่าวมาแล้ว คือ- ตั้งศีรษะให้ตรง ให้กระหม่อมตั้งขึ้นโดยไม่ออกแรงใดๆ ให้เสมือนหนึ่งมีเส้น
ด้ายแขวนกระหม่อมลงมาจากด้านบน
- กระดูกสันหลังทิ้งตัวลงมาในแนวดิ่ง กระดูกส่วนล่างตั้งตรง
- เก็บอกเล็กน้อยให้เป็นธรรมชาติ
- คลายกล้ามเนื้อหลัง ยกแผ่นหลังส่วนบนขึ้นเล็กน้อย
- ปล่อยไหล่ให้ลดลงอย่งเป็นธรรมขาติ
- ถ่วงศอกไว้ด้านล่างเสมอสำหรับผู้ฝึกใหม่มักจะพบว่า มันไม่ยากนักที่จะ "ซง" ในขณะอยู่ในท่านิ่งๆ แต่จะค่อนข้างยาก
ที่จะ "ซง" ขณะเคลื่อนไหว จากการสังเกตและวิเคราะห์ของท่านอาจารย์หยาง พบว่า ผู้ฝึก
ส่วนมากไม่ได้รักษารูปแบบการเคลื่อนไหวให้ได้มาตรฐานเช่นที่ถูกสอนมา ทำให้ไม่สามารถ
ผสานโครงสร้างร่างกายตามธรรมชาติเข้ากับท่วงท่าการเคลื่อนไหวตามหลักวิชามวยไท่เก๊กได้
ดังนั้นการก้าวเท้ากว้างไปหรือแคบไป หรือหมุนแคบไปหรือไม่พอ ล้วนเป็นเหตุให้เกิดความ
งุ่มง่าม เก้งก้างและทำให้ผู้ฝึกรู้สึกไม่เบาสบาย ไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งทำให้ไม่สามารถ "ซง" ได้
ดังนั้นมันจึงเป็นการดีกว่าที่จะสอนและฝึกทุกๆ การเคลื่อนไหว ทุกๆ ท่วงท่าอย่างช้าๆ เน้นย้ำ
ให้มีถูกต้องสมบูรณ์ที่สุดซ้ำๆ หลายๆ ครั้ง จนกว่าผู้ฝึกจะสามารถทำท่าเหล่านั้นได้อย่างเป็น
ธรรมชาติจนเหมือนหรือใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้เมื่อเทียบกับผู้สอน หรือคู่มือตำราสำหรับ
ช่วงพื้นฐานใหม่ๆสำหรับผู้ฝึกมวยไท่เก๊ก มันจะไม่เหมือนมวยไท่เก๊ก และไม่ใช่วิชามวยไท่เก๊กหากปราศจาก
หลัก "ซง" ร่างกายที่ "ซง" และดวงจิตที่สงบนิ่ง เป็นสาระสำคัญที่สุดที่ทำให้วิชามวยไท่เก๊ก
เป็นระบบที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายและจิตใจ และทำให้วิชานี้กลายเป็นศิลปยุทธ์ที่มีลักษณะเฉพาะ
อย่างยิ่ง