ลำดับขั้นตอนในการฝึกมวยไท่จี๋



โดย อาจารย์ ต่งอิงเจี๋ย
เซียวหลิบงั้ง เรียบเรียง


เมื่อเริ่มเรียนมวย ด้านทฤษฎีไม่ต้องมาก เพียงฟังสิ่งที่อาจารย์สั่งสอน เริ่มต้นต้องไม่ใช้กำลัง
ตลอดทั้งร่างกายปล่อยให้ผ่อนคลายอ่อนหยุ่น ในแต่ละวันเรียน 1-2 ท่า อย่าได้มากเกินไป
สามเดือนให้หลัง สามารถเรียนท่ามวยทั้งชุดจบได้ ฝึกต่อไปอีก 3 เดือน เพื่อฝึกฝนและเรียน
การปรับท่าให้ถูกต้อง ปรับท่ามวยให้ถูกต้องได้ประมาณ 80-90 % ก็สามารถใช้สำหรับการ
บริหารร่างกายให้มีพลานามัยสมบูรณ์ เสมือนสิ่งวิเศษในการเสริมสร้างสุขภาพ

หากต้องการก้าวขึ้นไปอีกขั้น ฝึกต่ออีก 3 เดือน เรียนรู้การปรับเส้นทางและทิศทางของท่า
มวยรวมทั้งความหมายของไท่จี๋ จากนั้นเรียนต่ออีก 3 เดือน เรียนรู้เรื่องชี่และพลังของมวย
ไท่จี๋ นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการมองเห็นประตูแห่งมวยไท่จี๋ นี้ใช้เวลา 1 ปีโดยประมาณ
หากไม่ได้รับการสั่งสอนถ่ายทอดจากอาจารย์ผู้รู้จริง ย่อมไม่สามารถบรรลุสู่จุดหมายได้

หลังจากเรียนมวยได้ 6 เดือนก็สามารถเริ่มฝึกฝนการทุยโส่วขั้นต้นได้ ในเดือนแรกก็คือ
ไม่ใช้กำลัง(เช่นเดียวกับการเรียนมวยในตอนแรก) เริ่มเรียนรู้การเข้าคู่ตีวงโดยให้เกาะติด
เมื่อเข้าสู่เดือนที่สอง เรียนรู้วิธีการของเผิง,หลวี,จี่,อั้น เมื่อเข้าสู่เดือนที่สาม เรียนรู้การสลาย
พลัง(ฮว่าจิ้ง) เริ่มเรียนการใช้ศอกในการสลายพลัง จากนั้นก็เรียนรู้การใช้เอวในการสลาย
พลัง แล้วจึงเรียนรู้การใช้หัวไหล่ทั้งสองข้างในการสลายพลัง ซึ่งต้องเน้นความอ่อนหยุ่น
และความกลมที่คล่องตัว หลังจากนั้นจึงเรียนรู้การสลายพลังด้วยร่างกายทั้งหมดตามจังหวะ
และโอกาส

จากนั้นเรียนต่ออีก 3 เดือน เรียนรู้วิธีการใช้ของเผิง,หลวี,จี่,อั้น จากนั้นจึงมาเรียนรู้การ
ตีคู่ต่อสู้ขณะเดียวกับที่กำลังสลายพลัง การเรียนรู้นี้ใช้เวลาอีก 1 ปี ภายหลังหากมีเวลาว่าง
ก็สามารถเรียนกระบี่ไท่จี๋เพิ่มเติม ใช้เวลาเพิ่มอีกครึ่งปี รวมเวลาเป็น 1 ปีครึ่ง ทั้งมวยทุยโส่ว
กระบี่รวมสามอย่างล้วนมีความชำนาญ เรียกได้ว่ามีฝีมืออยู่บ้าง สุขภาพร่างกายก็แข็งแรง
สมบูรณ์ นี่นับเป็นความสำเร็จขั้นต่ำ

จากนั้นฝึกมวยฝึกพลังต่ออีก 1 ปีครึ่ง ในช่วงเวลานี้สามารถฝึกทวนไท่จี๋ได้ ฝึกการทุยโส่ว
ในแบบอื่นๆเพิ่มเติม ใน 1 ปีครึ่งนี้ให้ฝึกฝนอย่างเข้มข้นอย่างเต็มที่ รวมเวลาตั้งแต่เริ่ม
เรียนมาเป็นเวลา 3 ปี การใช้ทั้งมวยกระบี่และทวนล้วนมีความชำนาญ ทั้งสุขภาพร่างกาย
และการป้องกันตัวล้วนถึงพร้อม นี่เรียกว่ามีฝีมือแล้ว มีวิชาหมัดมวยอยู่กับตัว อาวุธสั้นมี
กระบี่ อาวุธยาวก็มีทวน มีฝีมือถึงพร้อมสามารถนำไปใช้ในการฝึกฝนชั่วชีวิต ถึงขั้นนี้
เรียกว่าสำเร็จขั้นกลาง

สามปีให้หลังวิธีการฝึกมวยก็ไม่เหมือนเดิม ต้องตั้งสมาธิจิตให้มั่นคง มีความมานะบากบั่น
เข้าหาหรือแสวงหาอาจารย์ผู้มีฝีมือสูงเพื่อรับการถ่ายทอดวิชา ฝึกจิงเปลี่ยนเป็นชี่ ฝึกชี่เปลี่ยน
เป็นเสิน และฝึกเสินกลับคืนสู่ความว่าง เลื่อนขั้นเข้าสู่ฝีมือระดับสูง

มวยไท่จี๋แบ่งความสำเร็จออกเป็น 3 ขั้น ทุยโส่วโดยใช้วงใหญ่เป็นความสำเร็จขั้นแรก
เมื่อเปลี่ยนเป็นวงเล็กก็เป็นความสำเร็จขั้นกลาง เข้าสู่ไม่มีวงตีคู่ต่อสู้ในขณะสลายพลัง
เป็นความสำเร็จขั้นสูง ในไม่มีวงก็ยังมีวง มุ่งตีคู่ต่อสู้โดยไม่ต้องสลายพลัง แต่ก็ยังแฝง
การสลายพลังอยู่ภายใน จากวงใหญ่ไปสู่วงเล็ก จากวงเล็กเปลี่ยนไปเป็นไม่มีวง นี่คืออู๋จี๋
ให้กำเนิดไท่จี๋ อินหยางแปดทิศและห้าธาตุ พันเปลี่ยนหมื่นแปรคืนสู่หนึ่งเดียว สำเร็จ
ฝีมือชั้นสูง ไร้ผู้เทียมทาน ใช้เวลาในการฝึกถึงขั้นนี้เท่าไหร่ ไม่สามารถประเมินได้
ต้องดูที่สติปัญญาความเฉลียวฉลาดและระดับความขยันในการฝึกฝนของคนคนนั้น
อันที่จริงการเรียนศิลปะวิชาไร้จุดสิ้นสุด มันอยู่ที่การทุ่มเทของผู้ฝึก อย่างไรก็ตาม การ
ฝึกหนึ่งวันวิชาย่อมดีขึ้นอีกหนึ่งวัน ผู้เรียนควรมีใจอดทนในการฝึกฝนมวย เมื่อบรรลุ
ถึงระดับของเสิน ก็ไม่ใช่เรื่องยากแล้ว


หมายเหตุ ระยะเวลาการฝึกตามที่กล่าวข้างบนนี้ เป็นระยะเวลาการฝึกตามแบบสมัยก่อน
ก็คือฝึกกันทุกวัน เจออาจารย์กันทุกวัน จึงจะเป็นระยะเวลาตามที่กล่าวไว้ได้ แต่ถ้าเป็น
คนในยุคปัจจุบันที่เจออาจารย์กันอาทิตย์ละ 2-3 วัน หรือบางคนอาจเจออาจารย์แค่
สัปดาห์ละหนเดียว อย่างนี้ต้องมีตัวคูณระยะเวลาเข้าไปอีก แถมบางคนอาจไม่ค่อยฝึก
ไม่ได้ฝึกทุกวัน แบบนี้ตัวคูณคงต้องทวีคูณเข้าไปอีก - ผู้เรียบเรียง