ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 3)
หลังจากปิดประกาศโฆษณาออกไป ก็ครึกโครมไปทั่วทั้งเมือง ชาวบ้านของ ประเทศจีนรู้สึกโกรธแค้น แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร
เมื่อฮั่วหยวนเจี่ยไปหาหนงจิ้งซุน หนงจิ้งซุน กล่าวว่า "ข้าพเจ้าให้คนที่สืบ ข่าวมาแล้ว เจ้าปีศาจคาลอฟตัวนี้ ได้สร้างเวทีขึ้นในโรงละครจื่อจู๋หลินแล้ว ได้ทำร้ายชาวจีนที่ขึ้นเวทีไปประลองติดต่อกันสามคน มีอยู่คนหนึ่งที่ถูกมัน ซัดจนกระอักโลหิต"
ฮั่วหยวนเจี่ยกล่าวอย่างขึงขังว่า "ให้ข้าพเจ้าจัดการกับมันเถอะ!" ในเวลานั้น หนงจิ้งซุนยังไม่เคยได้เห็นพลังฝีมือของฮั่วหยวนเจี่ยด้วยตาของตนเองมา ก่อน จึงทำให้รู้สึกกังวลอย่างมาก แต่ก็ยังสนับสนุนให้เขาลงมือ ได้แต่กล่าว เตือนให้ระมัดระวังให้มาก ฮั่วหยวนเจี่ยกล่าวว่า "เพื่อเป็นการระบายโทสะ แก่ชาวจีนเรา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าพเจ้าก็ต้องไปพบกับมัน" หนงจิ้งซุน เรียกรถม้ามาคันหนึ่ง ฮั่วหยวนเจี่ยพาลูกศิษย์ไปด้วยสองคน คนทั้งสี่เดิน ทางไปยังโรงละครจื่อจู๋หลินอย่างรวดเร็ว
ข่าวแพร่ไปจนถึงโรงละคร ชาวยุโรปที่อยู่ในโรงละครคุยโวจนเสียงดังอื้ออึง เมื่อฮั่วหยวนเจี่ยและพวกมาถึงหน้าประตูโรงละคร คนเฝ้าประตูที่เป็นชาว จีนสองคนจำฮั่วหยวนเจี่ยได้ จึงรีบเปิดทางให้
ฮั่วหยวนเจี่ยและหนงจิ้งซุนกับพวกทั้งสี่คนเข้าไปในโรงละคร ภายในโรง ละครได้จัดโต๊ะสำหรับผู้มาประลองไว้แถวแรก ที่นั่งจัดอย่างดี ปูด้วยผ้ารอง นั่งสีแดง แต่ไม่มีใครนั่งอยู่สักคน
คาลอฟเห็นว่ายังไม่มีใครขึ้นเวทีมาประลอง จึงขึ้นเวทีเองเพื่อแสดงพลัง มหัศจรรย์ของเขา เขานอนหงายลงบนพื้น สองมือยกดัมเบลเหล็กที่มีขนาด ใหญ่เท่าไหสุราข้างละอัน สองขายกลอย บนขาพาดไว้ด้วยไม้กระดานแผ่น ใหญ่ บนไม้กระดานวางโต๊ะยาวหนึ่งตัวซ็อนด้วยเก้าอีกสี่ตัว ชายท่าทางดุ ดันสี่คนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ ร่ำร้องอย่างโอหังว่า "คาลอฟไร้ผู้เทียมทาน" คาลอฟถูกยกยอจนลืมตน ให้ภาษาจีนที่สำเนียงแปร่งหู ร่ำร้องว่า "ขึ้นมา รับการทุบตี รีบขึ้นเวทีมา" วาจาโอหังเพิ่งกล่าวจบ ฮั่วหยวนเจี่ยก็เหินขึ้น เวทีดุจลูกธนู
คาลอฟกับผู้ร่วมแสดงทั้งหมด ล้วนชะงักอยู่กับที่ เหลียวมองหาล่าม ล่าม รีบถามว่า "ท่านต้องการทำอะไร" ฮั่วหยวนเจี่ยกล่าวว่า "บอกกับคาลอฟ ว่า ข้าคือขี้โรคเอเซีย วันนี้ต้องการมาต่อสู้ให้รู้ผลแพ้ชนะกับผู้ที่อวดอ้างตน เอง ว่าเป็นจอมพลังอันดับหนึ่ง หมัดมวยอาวุธ ตามแต่จะสะดวก เป็นตาย ไม่เอาความ"
ล่ามนั้นไม่ทราบว่าพูดอะไรกับคาลอฟอยู่หลายคำ จากนั้นจึงถามว่า "มิสเตอร์คาลอฟถามว่าท่านมีนามว่าอะไร เป็นวิทยายุทธ์อะไร ท่านไม่ กลัวตายหรือ"
"ข้าพเจ้าแซ่ฮั่ว ชื่อหยวนเจี่ย ไม่มีค่ายสำนัก และก็ไม่เป็นวิทยายุทธ์อะไร ทั้งนั้น แต่ว่าข้าพเจ้าต้องการให้ท่านบอกกับเขาว่า ข้าพเจ้าเป็นคนจีนคน หนึ่งที่ไม่ยอมให้คนยุโรปมาข่มเหง" คาลอฟหัวเราะเบาๆ ด้วยท่าทีเหยียด หยาม ชี้ลงไปที่แผ่นเหล็กหนาแผ่นหนึ่งบนพื้นที่เพิ่งจะถูกเขาหักจนงอ ลงไป
ล่ามที่แซ่หม่ากล่าวว่า "คาลอฟถามว่า กระดูกของท่านแข็งกว่าเหล็กกล้า นี้หรือไม่"
ฮั่วหยวนเจี่ยเกียจคร้านที่จะพูดพล่ามกับเขา ยื่นมือลงไปคว้าเอาแผ่น เหล็กที่ถูกม้วนพับนั้นขึ้นมา สองมือจับอยู่ที่หัวท้ายของแผ่นเหล็ก แผ่น เหล็กที่ถูกม้วนงออยู่ก็ยืดออกมา ราวกับเส้นหมี่ที่ถูกดึง ไม่รอจนคาลอฟ ที่ตกตะลึงงัดได้สติคืนมาก่อน ฮั่วหยวนเจี่ยเหวี่ยงแผ่นเหล็กทิ้งไป แล้ว คว้าเอาโซ่เหล็กบนพื้นขึ้นมา ใช้พลังที่ดุจเทพยดาอีกครั้ง เพียงได้ยิน เสียงร้องคำหนึ่ง โซ่เหล็กก็ถูกบิดขาดลงมาข้อหนึ่ง บิดครั้งหนึ่งก็ร้องออก มาคำหนึ่ง จนโซ่เหล็กถูกบิดขาดลงมาทุกข้อ เศษห่วงเหล็กร่วงลงสู่พื้น เสียงปรบมือด้านล่างของเวทีดังกึกก้องปานฟ้าถล่ม มีชาวจีนไม่น้อยที่ ตื้นตันจนน้ำตาร่วงริน
คาลอฟตระหนกจนตะลึงงัน ยืนเซ่ออยู่ตรงนั้นราวกับหมีควายตัวโต ฮั่ว หยวนเจี่ยลงจากเวที หนงจิ้งซุนจับมือเขากุมไว้ไม่ยอมปล่อย
วันพรุ่งนี้เวลาเก้าโมงเช้า เป็นการนัดประลองกับคาลอฟอย่างเป็นทางการ
วันรุ่งขึ้น ฮั่วหยวนเจี่ยมารอคนอยู่ทางเข้าโรงละคร ตามเวลาที่ได้นัดหมาย ไว้ เพียงเห็นแต่บนประตูบานใหญ่ ปิดไว้ด้วยใบประกาศใบหนึ่ง ที่เขียน ไว้มีความหมายว่า เมื่อคืนจอมพลังคาลอฟได้รับพระราชโองการจากพระ เจ้าซาร์ ให้เขารีบกลับไปร่วมงานประกวดชายงามภายในพระราชวัง นี่เป็น ข้ออ้างอย่างชัดเจน คาลอฟถูกฮั่วหยวนเจี่ยขู่ขวัญจนหนีไปแล้ว
ข่าวแพร่สะพัดออกไป ชาวเมืองเทียนจินที่เป็นชาวจีนทั้งหมด ต่างภาคภูมิ ใจที่ได้ลบล้างความอัปยศนี้ไปได้
