ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 8)

ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 8)

ชนะโดยไม่ต้องสู้

โดย อ.เซียวหลิบงั้ง (www.thaitajii.com)

(ตอนก่อน)

หลังจากที่คำประกาศได้ตีพิมพ์ออกไป ก็เป็นเรื่องครึกโครมไปทั่วนครเซี่ยงไฮ้ เวทีประลองใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว มีลักษณะเป็นเวทีแปดเหลี่ยม บนด้าน ทิศตะวันออกของสวนจาง ทั้งสี่ด้านของเวทีประลองแขวนไว้ด้วยโคมไฟหลากสี ปากทางเข้าเวทีประลองแขวนป้ายขวางที่เป็นคำขวัญ เป็นตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัว เขียนไว้ว่า "ช่วงชิงเกียรติยศเพื่อประเทศชาติ" ที่เสาทั้งสองต้นแขวนตุ้ยเหลียน (คำขวัญที่เป็นโคลงกลอน เขียนไว้เป็นคู่ - เซียวหลิบงั้ง) ไว้คู่หนึ่ง แผ่นแรกเขียน ว่า "ฝ่ามือกวาดคนเถื่อนชาวตะวันตก" แผ่นที่สองเขียนว่า "เท้าเตะคนพาลทะเล ตะวันออก" (หมายถึงชาวญี่ปุ่น -เซียวหลิบงั้ง) ที่ตรงกลางเวทีข้างบน แขวนคำ ขวัญว่า "เพื่อชาติ เพื่อประชาชน" เป็นตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัว

อัลพรินเห็นด้านตรงข้ามสร้างเวทีประลองขึ้นมาอีกหนึ่งหลัง ก็รู้สึกโกรธแค้นอย่าง ยิ่ง หลังจากวันนั้น ก็ไม่มีชาวจีนคนใดมาขึ้นเวทีเพื่อประลองอีก เขาอยู่บนเวที ประลองด้วยความรู้สึกหวั่นไหว เห็นว่าผิดท่าอย่างมากแล้ว ขณะนี้ด้านตรงข้ามมี เวทีประลองขึ้นมาอีกหลังหนึ่ง ดึงดูดชาวจีนทั้งหมดที่ต้องการดูความครึกครื้นไป ยังด้านนั้นแล้ว อัลพรินบันดาลโทสะแล้วบุกถึงด้านตรงข้าม ลงมือรื้อเวทีประลอง

ลูกศิษย์สองคนของฮั่วหยวนเจี่ยตรงเข้าห้ามปรามขัดขวาง ผลสุดท้ายก็เกิดการ ต่อยตีขึ้น โชคดีที่ฮั่วหยวนเจี่ยมาถึง ลูกศิษย์ทั้งสองคนของฮั่วหยวนเจี่ยจึงนับได้ ว่าไม่ถึงกับเสียท่า ในที่สุด ผู้แทนของทั้งฝ่ายจีนและอังกฤษออกมาทำการไกล่เกลี่ย

ตัวแทนของฝ่ายอังกฤษ ชื่อพริสลีย์ สามารถพูดภาษาจีนได้ เขากล่าวว่า "พวกเรามี เวทีประลองแล้ว พวกท่านยังสร้างขึ้นอีกหลัง นี่เพราะเหตุใด" ตัวแทนฝ่ายจีนคือ หนงจิ้งซุน เขาตอบกลับไปว่า "เวทีประลองของพวกท่าน มุ่งเอาไว้ต่อยตีกับคนจีน อย่างเดียว แต่เวทีของพวกเรา มุ่งเอาไว้ต่อยตีกับชาวต่างชาติ ทำไมเมื่ออยู่ในผืน แผ่นดินของประเทศจีน ชาวต่างชาติสามารถสร้างขึ้นได้ แล้วทำไมพวกเราชาวจีน จึงไม่สามารถสร้างขึ้นได้เล่า"

ผลสรุปของการเจรจาไกล่เกลี่ยคือ ฝ่ายอังกฤษเสนอให้ใช้เงินหนึ่งหมื่นตำลึง วาง เป็นเดิมพัน หากฝ่ายจีนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้จ่ายหนึ่งหมื่นตำลึงแก่ฝ่ายอังกฤษ หาก ผลกลับกันก็กระทำเช่นเดียวกัน ฝ่ายจีนก็แสดงท่าทีที่เห็นด้วย ทางฝ่ายอังกฤษ ต้องการให้ทำเรื่องการลงนามเป็นพยานเพื่อค้ำประกัน

ผู้ค้ำประกันฝ่ายจีนคือเจ้าของสวนจาง ผู้ค้ำประกันฝ่ายอังกฤษคือเจ้าของบริษัทที่ บริการโคมไฟฟ้าชื่อ พินซ์ วันประลองยุทธ์กำหนดไว้เป็นวันรุ่งขึ้น ตอนเช้าเวลา เก้านาฬิกา

ข่าวการประลองยุทธ์ระหว่างฮั่วหยวนเจี่ยและอัลพริน แพร่ออกไปทั่วนครเซี่ยงไฮ้ อย่างรวดเร็ว

เช้าวันรุ่งขึ้น ในสวนจางเต็มไปด้วยคลื่นมนุษย์ และแล้วก็ถึงเวลาเก้านาฬิกาเช้า แต่ ไม่เห็นแม้แต่เงาของอัลพรินและพริสลีย์ซึ่งเป็นผู้แทนฝ่ายอังกฤษ ทางฝ่ายจีนได้ส่ง คนไปหาที่ภัตตาคารลิ่วกั๋ว จึงทราบว่าอัลพรินหนีไปประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่กลางดึกเมื่อ คืนนี้แล้ว ตามที่เล่ากัน ในวันที่อัลพรินบุกเข้าไปรื้อเวที ก็ได้ต่อสู้กับฮั่วหยวนเจี่ยไป แล้ว ทราบว่าตนเองสู้ฮั่วหยวนเจี่ยไม่ได้ ดังนั้นจึงเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็วราวกับใต้ ฝ่าเท้าทาน้ำมันไว้

ชาวจีนรู้สึกบันดาลโทสะขึ้นมา กลุ่มคนเข้าล้อมพินซ์ผู้เป็นคนค้ำประกัน ถามว่าคำพูด ของคนอังกฤษ ที่แท้เชื่อถือได้หรือไม่ เรียกตนเองว่าเป็นผู้มีอารยธรรมมาตลอดเวลา แล้วที่พูดอย่างนี้ เรียกว่าพูดแบบมีอารยธรรมหรืออย่างไร ถึงคราวเคราะห์ของพินซ์ แล้ว เขาเองก็ไม่คิดที่จะยอมจ่ายเงินเดิมพันจำนวนหนึ่งหมื่นตำลึง จึงหันไปอธิบาย ให้ฮั่วหยวนเจี่ยฟังว่า "ข้าพเจ้ารับเป็นผู้ค้ำประกันของฝ่ายอังกฤษ ข้าพเจ้ารับผิดชอบ ในสิ่งที่ข้าพเจ้าพูดออกไป แต่ว่า เงินจำนวนหนึ่งหมื่นตำลึงนี้ ตกลงกันไว้ว่าฝ่ายของ ผู้แพ้เป็นผู้จ่ายเงินก้อนนี้ หลังจากปรากฏผลแพ้ชนะในการประลองยุทธ์ แต่การประลอง ยุทธ์ยังไม่เกิดขึ้น เพียงแต่เป็นการผิดนัด ข้าพเจ้ายินดีชดเชยให้เป็นเงินหนึ่งพันตำลึง"

ฝ่ายจีนรีบกล่าวว่า เงินหนึ่งพันตำลึงก็พอแล้ว แตอัลพรินได้เคยกล่าวด้วยวาจาอันคลุ้ม คลั่ง ทำให้ชาวจีนต้องอัปยศอดสู ฉะนั้นจึงต้องการให้พินซ์ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ ยอมรับว่า ชาวจีนไม่ใช่คนขี้โรค เป็นบุคคลที่แข็งแกร่งและมีจิตใจตรงไปตรงมา เป็น สุภาพบุรุษที่มีวาจาสัตย์ พินซ์รีบกล่าวว่า "วาจาที่อัลพรินกล่าวไว้ ข้าพเจ้าไม่รับผิดชอบ"

กลุ่มชาวบ้านจึงล้อมพินซ์เป็นชั้นๆ เอาไว้อย่างหนาแน่น บีบบังคับให้เขาเป็นตัวแทน ของอัลพรินกล่าวคำขอโทษกับชาวจีน ในใจของพินซ์คิดออกไปจากสถานที่นี้ ในที่ สุดกล่าวอย่างหน้ามุ่ยว่า "ได้ ข้าพเจ้าเป็นตัวแทนไอ้ปีศาจน้อยอัลพริน ถอนคำพูดที่ คลุ้มคลั่งนั้น ชาวจีนคือผู้ที่มีอุดมการณ์อันเข้มแข็ง คุณฮั่วหยวนเจี่ยได้รับชัยชนะอย่าง หมดจดโดยไม่ต้องประลองยุทธ์" การเปรียบมวยในครั้งนี้ ถึงแม้กล่าวได้ว่าทำให้ศักดิ์ ศรีของชาวจีนสง่างามขึ้นมา แต่ถึงที่สุดแล้วก็ไม่ได้มีการต่อสู้กันขึ้น

เดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1910 ฮั่วหยวนเจี่ยได้ไปนครเซี่ยงไฮ้พร้อมกับลูกศิษย์คือหลิว เจิ้นเซิงเป็นครั้งที่สอง ได้ทำการติดต่ออยู่หลายครั้ง เพื่อนัดขึ้นเวทีประลองยุทธ์กับ อัลพรินที่สวนจางอีกครั้ง โดยทำสัญญาด้วยการเอาชีวิตเป็นเดิมพัน แต่อัลพรินเกรง กลัวฝีมือยุทธ์อันสูงส่งของฮั่วหยวนเจี่ย สุดท้ายก็ยังคงผิดนัดไม่มาอีกเช่นเดิม

 

(ยังมีต่อ)