ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 7)

ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 7)

ท้าประลองทุกชาติ

โดย อ.เซียวหลิบงั้ง (www.thaitajii.com)

(ตอนก่อน)

จากคำบอกเล่าของ หลิวเอ้อ หลังจากที่กองทัพพันธมิตรแปดชาติบุกเข้า ปักกิ่ง พวกทหารก็ทำการแย่งชิงปล้นสดมภ์ ฆ่าคนวางเพลิง ข่มขืนหญิง สาว วันนั้นเป็นวันที่หนึ่งเดือนแปด ขณะที่หวังจื่อปินเดินผ่านปากตรอก สายหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงหวีดร้องของหญิงสาวจากบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ลึกเข้า ไปในตรอก จึงวิ่งตะบึงเข้าไปตามทิศทางของเสียงนั้น พบเห็นทหารปีศาจ สิบกว่าคนกำลังข่มขืนหญิงสาวชาวจีนอยู่คนหนึ่ง ทารกคนหนึ่งถูกฟันตาย อยู่ด้านข้าง หวังจื่อปินเกิดเพลิงโทสะลุกฮือ อาศัยมือเปล่าบุกเข้าไปฆ่า ทหารปีศาจที่ถือดาบปลายปืนได้สามคน ในที่สุดเนื่องจากศัตรูมีจำนวนมาก กว่า จึงถูกปืนยิง ได้รับบาดเจ็บและถูกจับตัวได้

หลังจากที่หวังจื่อปินถูกปีศาจฝรั่งจับไปยังค่ายทหาร เหล่าปีศาจฟังมาว่า หวังจื่อปินเป็นครูมวยชื่อเกริกไกรของเมืองหลวง จึงให้ต่อสู้กับทหารปีศาจ โดยใช้คำอันสวนหรูว่า "ประลองยุทธ์"

ในตอนนั้น หวังจื่อปินได้รับบาดเจ็บจากปืนไฟสองแห่ง แขนก็ถูกทหารปีศาจ จับหัก ไหนเลยจะยังสามารถสู้รบได้อีก ในที่สุดจึงถูกปีศาจฝรั่งทรมานจน ตาย หลังจากที่ตายแล้วก็ถูกตัดศีรษะออกมา ใส่ไว้ในกรงไม้ แล้วนำไป แขวนไว้บนหอที่ประตูเมืองด้านหน้า เมื่อเล่าถึงตรงนี้ ทั้งฮั่วหยวนเจี่ยและ หลิวเอ้อ ล้วนเงียบเสียง หลั่งน้ำตาออกมา ฮั่วหยวนเจี่ยกล่าวอย่างเศร้า เสียใจว่า ขณะนี้ร่างและศีรษะของหวังจื่อปินแยกอยู่คนละที่ ตายอย่างไม่ สงบสุข เขาต้องไปยังประตูเมืองด้านหน้า เพื่อเอาศีรษะลงมา เพื่อนำไป กลบฝังให้ดี

หลิวเอ้อทราบดีว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้ ต้องเสี่ยงภัยอย่างใหญ่หลวง ทหารข้าศึกเฝ้าระวังที่ประตูเมืองด้านหน้าอย่างเข้มงวด แต่ก็ยังคงสนับสนุน ให้ฮั่วหยวนเจี่ยกระทำเช่นนี้ จากนั้น หลิวเอ้อได้ให้แผนที่ของประตูเมือง ด้านหน้าและหอบนกำแพงเมืองแก่ฮั่วหยวนเจี่ยแผ่นหนึ่งเพื่อเป็นข้อมูล

เมื่อถึงเวลาดึกสงัด ไม่มีผู้คน ฮั่วหยวนเจี่ยได้มายังใต้หอของประตูเมืองด้าน หน้า ทหารปีศาจที่เป็นเวรยามเพิ่งเดินจากไป เขาซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของ เชิงเทิน แหงนหน้ามองขึ้นไป อาศัยแสงจากดวงดาว มองเห็นด้านบนของ ประตูเมืองอย่างเลือนลาง ที่เชิงเทินมีของที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมใบหนึ่งแขวน อยู่ เขาทราบว่า นั่นคือกรงไม้ที่บรรจุศีรษะของหวังจื่อปินไว้

อดทนรอจนในหัวใจรู้สึกสุดจะทรมาน ฮั่วหยวนเจี่ยถอยออกไปหลายก้าว ใช้ออกด้วยวิชาตัวเบา เท้าถีบ มือปีนป่าย เหินบินขึ้นไปบนกำแพงเมือง จนกรงไม้ที่บรรจุศีรษะของหวังจื่อปินอยู่ในมือ จากนั้นจึงใช้ผ้าแพรสีดำผืน หนึ่ง ที่เตรียมมาพันห่อศีรษะไว้อย่างดี จึงสะพายหลังเอาไว้ การกระทำที่ เทพยดาไม่ทราบ ปีศาจไม่รู้ก็สำเร็จุล่วงไป

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฮั่วหยวนเจี่ยและหลิวเอ้อก็ร่วมกันกลบฝังศีรษะของหวังจื่อปิน ทั้งสองคนร้องไห้ด้วยความรวดร้าวใจรอบหนึ่ง จากนั้นหลิวเอ้อดึงกระดาษ เหลืองใบหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ ปิดบนก้อนหินที่อยู่หน้าหลุมศพ บนกระดาษ มีอักษรตัวใหญ่อยู่แถวหนึ่ง

สุสานของดาบใหญ่หวังจื่อปิน วีรบุรุษผู้รักชาติ

ความสัมพันธ์ระหว่างฮั่วหยวนเจี่ยและหวังจื่อปิน ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเวลาอันยาว นาน แต่ระหว่างเขาทั้งสองก็มีความผูกพันของความเป็นมิตรสหาย และความ ผูกพันทางเชื้อชาติอย่างแน่นแฟ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตายของหวังจื่อปิน ทำให้ฮั่วหยวนเจี่ยที่ยังมีความทุกข์ระทม ยิ่งเกิดความตื่นตัวในการมองเห็นความ ทุกข์ยากของเพื่อนร่วมชาติ ขณะนี้และหลังจากนี้เขาควรจะทำอย่างไรดี

ปีค.ศ. 1909 หลังจากเทศกาลหยวนเซียว (วันที่ 15 เดือน 1 หลังตรุษจีน 14 วัน - เซียวหลิบงั้ง) จากการผลักดันของหนงจิ้งซุนและพวก ฮั่วหยวนเจี่ยก็มายังเซี่ยง ไฮ้

การมายังนครเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ มีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือในสมัย นั้น ทางใต้ของประเทศจีน มีความคิดที่ก้าวหน้ากว่าทางเหนือ ท่าทีในการปฏิวัติ กำลังลุกลามออกไป ในแต่ละเขตของนครเซี่ยงไฮ้ ไม่มีการก่อตั้งสำนักหมัดมวย ขึ้นสักแห่ง คาดหวังให้ฮั่วหยวนเจี่ยมาดำเนินการสอน ประการที่สองคือมีจอมพลัง ชาวอังกฤษมายังนครเซี่ยงไฮ้นามว่า อัลพริน ตั้งเวลาประลองขึ้นที่สวนจาง ใน นครเซี่ยงไฮ้ กล่าววาจาสามหาว ดูถูกเหยียดหยามว่ายุทธจักรของจีนไร้ผู้คน อีก ทั้งลงประกาศในหนังสือพิมพ์ทุกฉบับในนครเซี่ยงไฮ้ว่า "คนจีนใดที่สามารถต่อ สู้กับเขาได้สิบรอบเข้าออก เขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ ทิ้งเวทีประลองไป แต่หาก ไม่มีใครสามารถล้มเขาได้ ทุกเขตของนครเซี่ยงไฮ้ต้องช่วยกันออกค่าใช้จ่ายใน การตั้งเวทีที่มีในแต่ละวันเป็นทองร้อยตำลึง เป็นเวลาสามเดือน"

ตามที่กล่าว ทุกเขตของนครเซี่ยงไฮ้ถูกแรงกดดันของชาวอังกฤษ บีบบังคับให้ ต้องยอมรับการออกค่าใช้จ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ทุกเขตของนครเซี่ยงไฮ้ มีผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ได้ปรึกษากัน แต่แรกให้รอฮั่วหยวนเจี่ยมาถึงก่อน จึงจัดตั้งเวทีประลองขึ้นหลังหนึ่ง ให้อยู่ตรง ข้ามกับเวทีประลองของอัลพริน เพื่อเป็นเวทีหลักของชาวจีนในการประลองกับ ชาวตะวันตกอย่างเปิดเผย

หลังจากที่ฮั่วหยวนเจี่ยถึงนครเซี่ยงไฮ้ได้สองวัน หนังสือพิมพ์ทุกฉบับของนคร เซี่ยงไฮ้ได้ลงประกาศ เป็นที่สะดุดตาว่า "ฮั่วหยวนเจี่ยได้มานครเซี่ยงไฮ้ เพื่อ ประลองยุทธ์กับจอมพลังชาวตะวันตก" โดยใช้ตัวพิมพ์ขนาดใหญ่ เพื่อแจ้งแก่ จอมพลังของทุกชาติว่าฮั่วหยวนเจี่ยมาขอประลอง ดังนี้

"ข้าพเจ้า ฮั่วหยวนเจี่ย ขณะนี้ได้ตั้งเวทีประลองขึ้นในนครเซี่ยงไฮ้ ทั่วโลกได้ เยาะเย้ยว่า ประเทศของข้าพเจ้าเป็นประเทศคนขี้โรค ข้าพเจ้าคือคนขี้โรคคน หนึ่งของประเทศคนขี้โรค ต้องการประลองกับผู้แข็งแกร่งทั่วหล้าสักครั้ง... มุ่งพิชิตจอมพลังของทุกชาติ หากมีผู้ที่มีหนังทองแดงกระดูกเหล็ก ก็จะทำ ให้รู้สึกร้อนใจอยากประลองอย่างยิ่ง"

 

(ยังมีต่อ)