ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 5)

ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 5)

กอบกู้ศักดิ์ศรีชาวจีน

โดย อ.เซียวหลิบงั้ง (www.thaitajii.com)

(ตอนก่อน)

ฮั่วหยวนเจี่ย มีท่าทีที่ไม่สะทกสะท้าน มุมปากปรากฎรอยยิ้มอย่างเยือกเย็น ขึ้น คุวาดะกล่าวว่า "ท่าน ขึ้นมาต่อยตีกับข้าพเจ้า" ฮั่วหยวนเจี่ยกล่าวอย่าง เย็นชาว่า "ธรรมเนียมของชาวจีนให้เกียรติแก่ผู้เยือน ท่านลงมือก่อน"

คุว่าดะเห็นว่าคู่ต่อสู้ไม่ยอมใช้ดาบ อีกทั้งยังไม่ยอมลงมือก่อน จึงคำราม ออกมาอย่างมีโทสะ แล้วโจมตีเข้าใส่ฮั่วหยวนเจี่ย ฮั่วหยวนเจี่ยรับมือด้วย ความเยือกเย็น ปิดป้องส่วนบน ส่วนกลาง ส่วนล่างของร่างกายทั้งสามส่วน อย่างรัดกุม คุวาดะกระโดดขึ้นหมุนตัวกลางอากาศ จากนั้นชกหมัดขวาไป ยังกระหม่อมของฮั่วหยวนเจี่ยอย่างรวดเร็ว ฮั่วหยวนเจี่ยเบี่ยงกายหลบ ยืน ด้วยควยามมั่นคงดุจขุนเขา

คุวาดะลงมือติดต่อกันสามกระบวนท่า ล้วนถูกฮั่วหยวนเจี่ยแก้ไขไปได้ แต่ ถ้ามองภาพรวมจะมองเห็นว่า คุวาดะเป็นฝ่ายจู่โจม ส่วนฮั่วหยวนเจี่ยได้แต่ หลบกระบวนท่าที่มา ตกอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบ ชาวจีนที่อยู่สองฟากฝั่งที่ ชมดูการประลองยุทธ์ ล้วนอกสั่นขวัญแขวน หายใจไม่ทั่วท้อง มีคนบางคน ที่พอมีวิทยายุทธ์ติดตัวอยู่บ้างเล็กน้อย เห็นว่าฮั่วหยวนเจี่ยตกอยู่ในสถานะ ที่เป็นเบี้ยล่าง เกือบถูกฟาดใส่ตลอดเวลา ชมดูจนรู้สึกร้อนใจอดยกมือเกา ศีรษะไม่ได้

พริบตาผ่านไป คุวาดะและฮั่วหยวนเจี่ยต่อสู้ผ่านไปสามสิบกระบวนท่า ทุก ย่างก้าวองคุวาดะส่งการคุกคาม ส่วนฮั่วหยวนเจี่ยก็ก้าวเท้าถอยติดต่อกัน คุวาดะเห็นว่า ฮั่วหยวนเจี่ยถูกพลังลมหมัดของเขาปิดทางต่อสู้ไว้ ตนเอง เป็นผู้กุมสถานะ ในใจรู้สึกยินดีอย่างใหญ่หลวง จึงคิดหาโอกาสใช้ท่าไม้ ตาย ฟาดฮั่วหยวนเจี่ยให้ตกลงแม่น้ำไป ดังนั้นจึงเร่งใช้กระบวนท่าที่อำมหิต ขึ้น

หากมองออก จะเห็นว่าฮั่วหยวนเจี่ยมิได้มีเจตนาอ่อนข้อ ประการแรก เขา ยังมิทราบว่าคู่ต่อสู้มีฝีมือลึกล้ำเพียงใด ต้องการใช้เวลาในการศึกษาแนว ทางของคู่ต่อสู้ ประการที่สอง หมัดของคู่ต่อสู้ที่ออกมา มีความรวดเร็วอย่าง ยิ่ง เขาได้แต่เลือกใช้การป้องกันเฉพาะหน้าจากการถูกจู่โจม รอสบโอกาส เหมาะจึงค่อยโต้ตอบกลับคืน

สามสิบกระบวนท่าผ่านไป ฮั่วหยวนเจี่ยรู้ตื้นลึกหนาบางของคนยโสโอหัง นี้แล้ว เขาใช้วิชาหมีจงเข้ารับมือกับคู่ต่อสู้ในครั้งแรก เนื่องจากมีเจตนาให้ คู่ต่อสู้ออกหมัดใช้กระบวนท่า เวลานี้เข้าใจในกระบวนท่าเหล่านั้นแล้ว ทันใดนั้นจึงเปลี่ยนจากวิชาหมีจง เป็นมวยสิ่งอี้ที่ได้รับถ่ายทอดมาจาก ดาบใหญ่หวังอู่

 

มวยสิ่งอี้มวยสิ่งอี้
ท่วงท่าของวิชามวยสิ่งอี้ ล้วนทรงพลังอานุภาพอย่างยิ่ง

 

สถานการณ์บนลานประลองกลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว คุวาดะเห็นฮั่วหยวน เจี่ยเปลี่ยนวิชาหมัดมวยที่ใช้ ภายในใจรู้สึกตระหนก เขาเคยทำการศึกษา ค้นคว้าวิชาหมีจง แต่กับมวยสิ่งอี้ กลับรู้มาน้อยมาก แต่ว่าในขณะนี้วิชา มวยของฮั่วหยวนเจี่ย ยากที่จะกล่าวได้ว่าเป็นวิชามวยชนิดใด มีบาง กระบวนท่า ที่ไม่รู้ต้นตอของวิชา แต่ใช้ออกมาตามใจปรารถนา แต่ทุก กระบวนท่าที่ใช้ออกมาล้วนทรงอานุภาพ

คุวาดะรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา รีบปิดป้องจุดสำคัญจากทางมวยอันคาดคะเน ไม่ออกของฮั่วหยวนเจี่ย มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง แขน หมัด ฝ่ามือพัวพันอยู่ ด้วยกัน นี่บ่งบอกถึงระดับฝีมือที่ใกล้เคียงกัน ในเวลาที่ยอดฝีมือในยุทธจักร เกิดการต่อสู้

ฮั่วหยวนเจี่ยบุกต่อเนื่องกันถึงสามสิบกระบวนท่า แต่คู่ต่อสู้ก็หลบหลีกได้ หมด ฮั่วหยวนเจี่ยทราบอย่างถ่องแท้ว่า หากไม่ใช้ท่าไม้ตายออกมา เกรง ว่ายากที่จะสยบชาวญี่ปุ่นคนนี้ได้ ทั้งสองคนเข้าพันตูกันกว่ายี่สิบรอบของ การเข้าต่อสู้และแยกออกจากกัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ปรากฏผลแพ้ชนะ

ในใจของฮั่วหยวนเจี่ยรู้สึกเป็นกังวลอยู่บ้าง ตนเองเพิ่งอาเจียนเป็นโลหิต เมื่อไม่นานมา หากต่อสู้เช่นนี้ต่อไป หากกล่าวถึงด้านพละกำลัง ตนเอง เกรงว่าจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพื่อจบการต่อสู้ในครั้งนี้ คงต้องใช้วิธีจี้จุด คิดถึงเหตุผลนี้ ฮั่วหยวนเจี่ยจึงแสร้งทำเป็นพละกำลังถดถอย ท่าเท้า สับสนไม่มั่นคง จากฝ่ายรุกกลับกลายเป็นฝ่ายรับ ก้าวถอยหลังติดต่อกัน

คุวาดะไม่ทราบถึงกลอุบายนี้ จึงคุกคามกดดันทุกย่างก้าว ส่วนฮั่วหยวนเจี่ย ก็รับพลางถอยพลาง ถอยจนกระทั่งเกือบถึงท้ายเรือ ซึ่งไม่มีทางให้ถอย อีกแล้ว คุวาดะในใจรู้สึกยินดีจนคลุ้มคลั่ง กระโดดไปข้างหน้า พร้อมกับชก สองหมัดออกไป ฮั่วหยวนเจี่ยไม่มีทางที่จะเบี่ยงหลบ ได้แต่หงายร่างไป ด้านหลัง ล้มลงบนพื้นเรือ ส่วนศีรษะยื่นออกไปพ้นท้ายเรือ

นี่อันที่จริงเป็นท่าที่อันตราย ผู้ชมนับพันนับหมื่นที่อยู่สองฟากฝั่งตระหนัก จนหน้าถอดสี ส่งเสียงฮือออกมาพร้อมกัน แต่ที่น่าหัวเราะก็คือ คุวาดะ ถูกหลอกเสียแล้ว เขาเห็นฮั่วหยวนเจี่ยล้มหงายลงไป เข้าใจว่านี่เป็น โอกาสอันดีงามที่จะจบการต่อสู้ในครั้งนี้ จึงกระโดดขึ้นในทันที งอเข่า ทั้งคู่ พร้อมกับกู่ร้องเสียงดังยาว เป้าหมายคือหน้าอกของฮั่วหยวนเจี่ย

หากถูกเข่าทั้งคู่ของคุวาดะกระแทก ฮั่วหยวนเจี่ยคงไม่สามารถรักษา ชีวิตเอาไว้ได้

ที่ฮั่วหยวนเจี่ยหงายล้มลงไป เป็นหลุมพรางที่เขากำหนดขึ้น ในเวลา นี้พลังทั้งหมดของเขารวบรวมอยู่ที่สองนิ้วของมือขวา เขาต้องการใช้ วิชาจี้สกัดจุด ชาวญี่ปุ่นผู้คลุ้มคลั่งนี้กำลังเข้าสู่จุดอับ

ขณะที่เข่าทั้งคู่ของคุวาดะกำลังจะถึงหน้าอกของฮั่วหยวนเจี่ย ฮั่วหยวน เจี่ยพลันยื่นมือซ้ายออก เข้าค้ำเข่าข้างขวาของคุวาดะไว้ คุวาดะคาด ไม่ถึงว่า คู่ต่อสู้ที่ถูกฟาดล้มลงไปกับพื้น ยังสามารถใช้กระบวนท่านี้ ออกมา คิดเปลี่ยนแปลงกระบวนท่าก็ไม่ทันเสียแล้ว ร่างกายเสียหลัก ฟาดล้มลงอยู่บนพื้นกระดาน

ฮั่วหยวนเจี่ยกระโดดทะยานขึ้นมาแล้ว ขณะที่คุวาดะเพิ่งยกลำตัวท่อน บนขึ้นมา ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นมายืน นิ้วมือที่แข็งปานแท่งเหล็ก ก็จี้สกัด เข้าที่จุดสำคัญบนหัวไหล่ของคุวาดะ

ร่างกายซีกหนึ่งของคุวาดะชาด้านไปในทันที มีความรู้สึกราวกับจะเป็น อัมพาต

ไม่รอให้คุวาดะรู้สึกเคลื่อนไหวไม่ได้ ฮั่วหยวนเจี่ยเตะออกหนึ่งเท้า คุวาดะถูกเตะจนลอยสูงถึงห้าฟุต บินออกไปยังกลางแม่น้ำที่มีคลื่น ถาโถม ผู้ชมทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำโห่ร้องเป็นเสียงเดียวกันจนดังสนั่น

ฮั่วหยวนเจี่ยมีความสัมพันธ์อันไม่ธรรมดากับดาบใหญ่หวังอู่ หวังอู่มี นามว่าจื่อปิน พื้นเพเป็นชาวกวนตง เติบโตที่เมืองจื๋อคัง ผู้ถ่ายทอด วิทยายุทธ์ให้แก่เขาคือเพื่อนของบิดาเขา นามโจวเลี่ยง หวังจื่อปิน มีความพากเพียรอุตสาหะในการฝึกวิชาอย่างสูง เช้าค่ำฝึกติดต่อกัน ไม่เคยหยุดเป็นเวลาแปดปี ปกติเขาชมชอบใช้ตาขอคู่ ด้วยเหตุนี้ ชาวยุทธ์ล้วนเรียกเขาว่าตาขอคู่หวังอู่ หลังจากโจวเลี่ยงถึงแก่กรรม หวังจื่อปินได้ตั้งสำนักประกันภัยของตนเองขึ้น ชื่อว่าสำนักประกันภัย ฮุ่ยโหย่ว มีความหมายว่า "ใช้วิทยายุทธ์เพื่อคบหาสหาย" ต่อมาไม่ นาน มีขุนนางราชสำนักคนหนึ่ง นามอันเหวยจวิ้น ถวายฎีกากล่าวโทษ หลี่หงจางต่อองค์ฮ่องเต้ หลี่หงจากถูกเนรเทศออกนอกด่าน หวังจื่อปิน แสดงน้ำใจต่อสหาย ส่งหลี่หงจางไปถึงจุดหมายด้วยตนเอง หลังจาก นั้นชื่อเสียงของหวังจื่อปินจึงโด่งดังไปทั่วยุทธจักร คนจำนวนมากคบ หาหวังจื่อปินเนื่องจากรู้สึกเป็นเกียรติ ภายหลังหวังจื่อปินเรียนดาบ เดี่ยวชุดหนึ่งจากผู้เฒ่าต่งที่เมืองซานซี จากนั้นจึงถูกขนานนามว่า ดาบใหญ่หวังอู่

หวังจื่อปินมีอายุมากกว่าฮั่วหยวนเจี่ยอยู่ยี่สิบกว่าปี เขามักเดินทาง มายังปักกิ่งและเทียนจิน หวังจื่อปินคบหากับฮั่วเอินตี้บิดาของฮั่ว หยวนเจี่ยอย่างจริงใจ ทุกครั้งที่พบหน้ากันจะต้องศึกษาแลกเปลี่ยน วิชาซึ่งกันและกัน ในเวลานั้นฮั่วหยวนเจี่ยยังมีอายุไม่ถึงสิบปี ได้เห็น กับตาตนเองถึงเพลงดาบอันพิสดาร กับพลังฝีมืออันล้ำลึกของหวัง จื่อปิน ในใจอดที่จะยกย่องชื่นชมอย่างเต็มหัวใจมิได้

 

(ยังมีต่อ)