ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 6)
ประวัติจอมยุทธ์ ฮั่วหยวนเจี่ย (ตอน 6)
หวังจื่อปิน (หวังอู่) ผู้ประสาทวิชามวยสิ่งอี้
โดย อ.เซียวหลิบงั้ง (www.thaitajii.com)
ภายหลังจากที่ขับไล่คาลอฟ ฮั่วหยวนเจี่ยก็มุ่งหน้าไปยังปักกิ่ง มา ถึงบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งสร้างเป็นอาคารล้อมรอบที่ทั้งสี่ด้าน ตรงกลาง ปล่อยเป็นลานกว้าง บ้านหลังนี้อยู่ที่ถนนด้านตะวันออกของหอกลอง (ในเมืองใหญ่ในยุคโบราณของจีน จะสร้างหอกลองและหอระฆังไว้ ตีบอกเหตุยามมีเหตุร้าย กลองและระฆังนี้จะมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร - เซียวหลิบงั้ง) การมาครั้งนี้เพื่อมาเยี่ยมเยือนหวังจื่อปิน
ในขณะนี้ หวังจื่อปิน มีอายุห้าสิบเศษ ร่างสูงหกฟุต หวังจื่อปินได้ข่าว มาตั้งแต่แรกแล้วว่าฮั่วหยวนเจี่ยกระทำการเป็นที่เลื่องลืออยู่ที่เมือง เทียนจิน ทั้งสองคนคบหากันด้วยมีจิตใจที่ตรงกันอย่างที่สุด หวังจื่อปิน ถามฮั่วหยวนเจี่ยว่า ได้วางแผนอย่างไรกับวันข้างหน้า ฮั่วหยวนเจี่ยกล่าว ว่า "ทุกวันนี้ประเทศจีนเรามีแต่ถดถอยลง ประชาชนชาวจีนถูกรุกราน ข่มเหงจากชาวต่างชาติ ใช้ชีวิตสำมะเลเทเมา สูบฝิ่น รับเอาวัฒนธรรม ตะวันตก ร่างกายอ่อนแอ อุดมการณ์สูญสิ้น จึงถูกชาวตะวันตกเย้ยหยัน ว่าเป็นคนขี้โรค น่าเศร้าใจจริงๆ ข้าพเจ้าคิดเปิดสำนักร่วมกับสหาย ถ่าย ทอดวิทยายุทธ์ เพื่อสร้างให้ประชาชนชาวจีนเรา มีสุขภาพร่างกายที่ แข็งแรง ทำคนขี้ขลาดให้กล้าหาญเข้มแข็ง ลุกขึ้นยืนหยัด อุทิศตนรับ ใช้ประเทศชาติได้ ยังหวังให้ท่านลุงช่วยสั่งสอน"
หวังจื่อปินกล่าวด้วยความยินดีว่า "ข้าก็มีความคิดอย่างนี้แต่แรก หยวน เจี่ยมีอุดมการณ์ที่จะฟื้นฟูยุทธจักรขึ้นมาใหม่ น่ายินดี น่ายินดี จื่อปินขอ ใช้กำลังที่มีอยู่น้อยนิดช่วยเหลืออย่างเต็มที่" ในการเยี่ยมเยือนครั้งนี้ หวังจื่อปินได้แนะนำฮั่วหยวนเจี่ยได้รู้จักกับหลิวเอ้อ ผู้แต่งเรื่อง "เฒ่า พิการผจญภัย"
หลิวเอ้อ เชี่ยวชาญในวิชาคณิตศาสตร์ วิชาแพทย์ และการชลประทาน ในปีที่หวังจื่อปินปิดสำนักคุ้มภัย ได้มาเปิดร้านอาหารแห่งหนึ่งเพื่อการ ดำรงชีวิต อยู่หน้าหอกลอง หลิวเอ้อได้ให้ความช่วยเหลือด้วยน้ำใจอัน อบอุ่น นอกจากช่วยจ่ายค่าเช่าร้าน ยังเขียนป้ายยี่ห้อไว้เหนือประตูว่า "หยวนซิ่งกัง" หนึ่งปีก่อน ภรรยาของหวังจื่อปินได้ป่วยจนถึงแก่กรรม ก็ ได้หลิวเอ้อช่วยเป็นธุระจัดการเรื่องงานศพให้
ในครั้งนี้ ฮั่วหยวนเจี่ยพักอยู่ที่บ้านของหวังจื่อปินได้เกือบหนึ่งเดือน ทั้ง สามคนมักร่วมกันวิจารณ์ทั้งด้านบุ๋นและด้านบู๊กันเป็นประจำ รวมทั้งสภาพ การเมืองในขณะนั้น หลายครั้งที่ฮั่วหยวนเจี่ยต้องการบอกลาเพื่อกลับ เมืองเทียนจิน แต่หวังจื่อปินและหลิวเอ้อลัวนรั้งตัวเอาไว้ด้วยน้ำใจ ความ จริงฮั่วหยวนเจี่ยเองก็ไม่คิดจะจากไป เขารู้ดีว่าหวังจื่อปินมีวิชาฝีมืออัน ลึกล้ำติดตัว คิดขอเรียนวิชากับผู้อาวุโสท่านนี้
ที่จริงหวังจื่อปินก็รู้ถึงความต้องการของฮั่วหยวนเจี่ยอย่างดี เพียงแต่เขา คิดที่จะทำความรู้จักชายหนุ่มผู้นี้ให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม หลังจากที่ได้พูด คุยและรู้จักกันมากขึ้น หวังจื่อปินพบว่า ฮั่วหยวนเจี่ยมีความซื่อสัตย์จริง ใจต่อผู้อื่น ถ่อมตนและมีสัมมาคารวะมากกว่าคนรุ่นเดียวกันทั่วไป พลัง ฝีมือก็สำเร็จในขั้นสูง ดังนั้นจึงให้ความรักและความเมตตามากยิ่งขึ้น จึง ได้ถ่ายทอดยอดวิชาที่ตนเองมีให้แก่ฮั่วหยวนเจี่ย
หวังจื่อปินกล่าวว่า "ในแวดวงยุทธจักร ผู้ที่รวมวิชาหมัดมวยของค่าย ตระกูลต่างๆ เอาไว้ในคนคนเดียวอย่างเช่นเจ้า ความจริงมีอยู่น้อยมาก หยวนเจี่ยเอย หวังว่าในวันข้างหน้า เผยแพร่เชิดชูวิทยายุทธ์ของประ เทศจีนเราให้กว้างไกลออกไปได้อย่างแน่นอน กระทำกิจการอีกเรื่อง ให้เกริกก้องเกรียงไกรออกไป ส่วนในด้านอื่นข้าก็ไม่มีอะไรที่จะสอน เจ้าอีกแล้ว เพียงแต่มวยสิ่งอี้ของเจ้ายังไม่เชี่ยวชาญ ข้าจึงจะส่งเสริม เจ้า"
ฮั่วหยวนเจี่ยเรียก "อาจารย์" แล้วคุกเข่าลงกราบกราน หลังจากเรียน กับหวังจื่อปินอยู่หนึ่งเดือน ฮั่วหยวนเจี่ยก็สามารถยึดกุมเคล็ดสำคัญ ของมวยสิ่งอี้ หลังจากที่ทั้งสองคนลาจากกัน หวังจื่อปินก็ตั้งสำนักคุ้ม ภัยหยวนซุ่นขึ้นที่ปักกิ่ง
ในเวลานั้น ถานซื่อถงมีใจอันอาจหาญที่จะกระทำการเปลี่ยนแปลง ระบบการปกครองของประเทศจีน ผลักการปฏิรูประบอบการปกครอง อย่างกระตือรือร้นอยู่ที่ปักกิ่ง หวังจื่อปินมีอุดมการณ์ในเรื่องนี้เช่นกัน จึงให้ความช่วยเหลือถานซื่อถง ดำเนินการเปลี่ยนแปลงระบอบการ ปกครอง
ปีค.ศ. 1898 ถานซื่อถงก่อการล้มเหลว หวังจื่อปินต้องลี้ภัย ฮั่วหยวน เจี่ยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง คุ้มครองหวังจื่อปินให้ปลอด ภัย ปีค.ศ. 1900 กองทัพพันธมิตรแปดชาติเข้ายึดเมืองเทียนจิน (กอง ทัพพันธมิตรแปดชาติประกอบด้วย อังกฤษ สหรัฐอเมริกา เยอรมันนี ฝรั่งเศส รัสเซีย ญี่ปุ่น อิตาลี และออสเตรีย - เซียวหลิบงั้ง) ปีศาจชาว ตะวันตกเข้าเมือง ทหารของราชวงศ์ชิงหันกลับไปช่วยคนต่างชาติค้น หาจับกุมพวกอี้เหอถวนที่หลงเหลืออยู่ ฮั่วหยวนเจี่ยก็มีชื่ออยู่ในรายชื่อ ของผู้ที่ต้องถูกจับกุม ระหว่างที่หลบหนีการจับกุมกลับไปอยู่บ้านเดิมที่ ชนบท ฮั่วหยวนเจี่ยได้ข่าวว่าหวังจื่อปินถูกปืนไฟของปีศาจต่างชาติยิง ถึงแก่ความตายที่ปักกิ่ง นอกจากนี้ศีรษะที่ถูกตัดได้นำใส่ในกรงไม้ นำ ขึ้นแขวนประจานไว้บนหอของกำแพงเมือง เมื่อได้รับฟังข่าวนี้ ฮั่วหยวน เจี่ยถึงกับกระอักโลหิตออกมา หลังจากได้รับคำอนุญาตจากบิดา ฮั่ว หยวนเจี่ยตัดสินใจว่าจะเร่งรีบเดินทางตลอดคืนไปปักกิ่ง เพื่อนำศีรษะ ของหวังจื่อปินกลับคืน
ฮั่วหยวนเจี่ยคนเดียวควบม้าเร็วบรรุถึงเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว หลังจาก หาที่ค้างแรม เขาไปยังบ้านของหวังจื่อปินที่อยู่หอกลองก่อน นี่เป็นบ้าน ที่เขามีความคุ้นเคยอย่างยิ่ง ในเวลานี้บนบานประตูใหญ่ถูกทางการปิด คำสั่งห้ามเข้าออก มองผ่านร่องบานประตูเข้าไป สามารถมองเห็นภาย ใน มีสภาพปราศจากผู้อาศัยมานาน บ้านของหลิวเอ้ออยู่ติดกัน ฮั่วหยวน เจี่ยจึงรีบเข้าไปพบหลิวเอ้อ
