อู๋ถูหนาน เสาหลักของวงการมวยไท่เก๊ก (ตอนที่ 3)
อู๋ถูหนาน เสาหลักของวงการมวยไท่เก๊ก (ตอนที่ 3)
โดย อ.เซียวหลิบงั้ง (webmaster www.thaitaiji.com) ตีพิมพ์ในวารสารฮวงจุ้ยกับชีวิต
ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์มวยไท่เก๊ก
ศึกษาวิชามวยแต่ละสำนักของจีนโดยสังเขป
วิชาวิทยายุทธ์ในเวลานั้น มีสำนักต่างๆเกิดขึ้นอย่างมากมาย แต่ละสำนักก็มีวิธีการฝึกวิธีการสอนของ ตนเอง แต่ถึงแม้ว่าต่างก็มีการสอนและมีเป้าหมายต่างกัน แต่ก็ไม่มีการชิงดีชิงเด่นกัน ต่างคิดที่จะนำ เอาประสบการณ์มาหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เนื่องจากว่าในสมัยนั้น ยังเป็นสังคมแบบเก่าอยู่ ไม่คำนึง ถึงมิตรภาพเป็นอันดับแรก แต่เป็นลักษณะเมื่อลงมือก็ไม่มีการยั้งมือไว้ไมตรี
หลังจากผ่านยุคนั้นมาแล้ว ท่านอู๋ถูหนานได้ศึกษาวิทยายุทธ์ของแต่ละสำนักอย่างคร่าวๆ เริ่มต้นจาก ไซวเจียว (วิชามวยปล้ำของชาวมงโกล) ไซวเจียวถือเป็นวิชาที่สำคัญที่สุดของชาวมงโกลเลยทีเดียว การศึกษาไซวเจียว สิ่งสำคัญที่สุดคือดูว่าวิชานี้มีวิธีการใช้แบบไหน มีเทคนิคอย่างไร แล้วจะเอามวย ไท่เก๊กมาใช้สู้อย่างไรจึงจะได้ หลังจากเรียนรู้เกี่ยวกับวิชาของชนชาติมงโกลของท่านเองแล้ว ก็ไป ค้นคว้าวิชามวยอื่นๆต่อไป
ในสมัยนั้นสำนักทางภาคเหนือของจีน มีวิชามวยสิงอี้รวมอยู่ด้วย มวยสิงอี้นี้ประกอบด้วย หมัดเบญจธาตุ (อู่สิงเฉวียน) หมัดสิบสองลักษณ์(สือเอ้อสิงเฉวียน) หมัดสิบสองลักษณ์นี้เป็นมวยที่บัญญัติขึ้นจากการ เลียนแบบ และยึดกุมเอาความสามารถพิเศษของสัตว์ 12 ชนิดเอาไว้ ซึ่งวิชามวยนี้ ท่านอู๋ถูหนานได้ทำ การศึกษาและวิจัยเอาไว้ ยังมีฝ่ามือแปดทิศ(ปากว้าจ่าง) วิชานี้ต้องค้นหาว่ามันมีการเดินวนอย่างไร อีก ทั้งให้รู้ชัดเจนว่ามีวิธีการใช้ออกอย่างไร
![]() | ![]() |
| มวยสิ่งอี้ โดยหลานสาวท่านซุนลู่ถัง (ปรมาจารย์มวยไท่เก๊กตระกูลซุน) | มวยปากว้าจ่าง โดยหลานสาวท่านซุนลู่ถัง |

มวยมี่จง
มวยทงเป้ยซึ่งจัดอยู่ในประเภทของฉางเฉวียน วิชานี้เวลาฝึกกินแรงเอาการอยู่ การฝึกวิชานี้ต้องฝีกหยวน ตี้ฝ่าเกินก่อน หลังจากนั้นจึงฝึกเจว๋อเฉวียน นอกจากนี้ก็ยังมีวิชาอื่นอีกเช่นถานถุ่ย เป็นต้น ที่ต้องทำการ วิเคราะห์พอสังเขป
ท่านอู๋ถูหนานเคยทำการตรวจสอบดู พบว่าในเขตแดนของประเทศจีนที่มีแม่น้ำหวงเหอ แม่น้ำฉางเจียง แม่น้ำจูเจียงไหลผ่านนั้น มีวิชาหมัดมวยวิทยายุทธ์หลากหลายต่างชนิดกัน ไม่น้อยไปกว่า 2,000 วิชา ในวิชาเหล่านี้ มีวิชาหมัดมวยอยู่วิชาหนึ่ง เรียกว่าเหมียนเฉวียน(มวยอ่อน) ซึ่งอ่อนนุ่มอย่างมาก มีความ คล้ายมวยไท่เก๊กอยู่ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่มวยไท่เก๊ก ยังมีอีกวิชาหนึ่ง เรียกว่ามี่จงเฉวียนซึ่งมีความอ่อนหยุ่น มาก (มวยมี่จงนี้เป็นวิชามวยสำคัญวิชาหนึ่งของวัดเส้าหลิน ซึ่งวิชามวยที่อ่อนหยุ่นนั้นเป็นวิชาในระดับสูง ของวัดเส้าหลิน) มีคนเข้าใจว่าวิชานี้ มีการฝึกฝนเหมือนกันกับมวยไท่เก๊ก แต่เมื่อมาตรวจสอบอย่างละ เอียดแล้ว พบว่ามันมันก็ยังคงเป็นมวยเส้าหลิน เนื่องจากมันไม่ใช่มวยไท่เก๊ก จึงไม่ใช่พลังฝีมืออย่างเดียว กับมวยไท่เก๊ก
อาศัยการสอนหนังสือเลี้ยงชีพ วิเคราะห์มวยไท่เก๊กเป็นงานอดิเรก ถึงแม้ว่าท่านอู๋ถูหนาน จะทำการค้นคว้าวิเคราะห์เรื่องมวยไท่เก๊กและวิทยายุทธ์มามาก แต่ท่านอู๋ก็ไม่ได้ เอาวิชาหมัดมวยมาทำเป็นอาชีพ มีคนจำนวนมากเข้าใจว่า ท่านอู๋ถูหนานสอนมวยเลี้ยงชีพ ซึ่งไม่ใช่ ท่าน อู๋ทำงานทางด้านวิทยาศาสตร์ การพูดถึงวิชามวยไท่เก๊ก ท่านอู๋ถูหนานได้นำเอาวิชาวิทยาศาสตร์มาอธิบาย เรื่องมวยไท่เก๊ก ปรารถนาให้มวยไท่เก๊กสอดคล้องกับวิทยาศาสตร์ยิ่งๆขึ้นไป
ท่านอู๋ถูหนานเคยเอาการ X-Ray มาใช้กับมวยไท่เก๊ก เนื่องจากการทำท่วงท่าหนึ่งๆต้องประกอบไป ด้วยปัจจัย 3 อย่าง หนึ่งคือโครงกระดูก สองคือข้อต่อ สามคือกล้ามเนื้อปัจจัยทั้ง 3 อย่างนี้รวมตัวเข้า ด้วยกันอย่างถูกต้อง จึงจะสามารถทำท่วงท่าที่ถูกกฎเกณฑ์ได้ ถ้าหากปัจจัยทั้ง 3 นี้ประกอบกันอย่างไม่ ถูกต้อง นี่เรียกว่าเป็นการฝืนข้อต่อ การฝืนข้อต่อไม่เหมาะสมกับสภาพทางกายภาพของมนุษย์เรา และ ไม่เหมาะสมกับโครงสร้างของการเคลื่อนไหว
เพื่อการวิเคราะห์และตรวจสอบให้ลึกยิ่งเข้าไป ท่านอู๋ถูหนานจึงเอาภาพถ่ายทาง X-Ray มาช่วย ทำ ให้การฝึกฝนมวยไท่เก๊กที่ผ่านมาแล้วของท่านสมบูรณ์และเป็นระเบียบยิ่งขึ้น สิ่งใดที่ขัดต่อสภาพทาง กายภาพ ทางกายวิภาค ล้วนนำเอามาแก้ไขให้ถูกต้อง ตั้งชื่อให้ว่า”มวยไท่เก๊กในแนวทางของวิทยา ศาสตร์” ท่านอู๋ถูหนานเคยพิมพ์หนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อ “มวยไท่เก๊กวิทยายุทธ์จีนในแนวทางวิทยา ศาสตร์”
อาชีพประจำของท่านอู๋ถูหนาน คือการสอนหนังสือเพื่อการเลี้ยงชีพ ถึงแม้ว่าการสอนหนังสือจะวุ่นวาย หาเวลาว่างไม่ค่อยได้ แต่อย่างไรก็ตามทางด้านมวยไท่เก๊กก็ไม่เคยทอดทิ้งเลย ท่านอู๋ถูหนานเคยไป สอนหนังสือมาทั่วทุกแห่งในประเทศจีน อย่างเช่นที่โรงเรียนจงฝ่ากว๋อลี่กง หม่าโหย่วชิง(ลูกศิษย์คน หนึ่งของท่านอู๋ถูหนานซึ่งได้แต่งหนังสือไว้หลายเล่ม รวมทั้งเรื่องของท่านอู๋ถูหนานเล่มนี้ด้วย)ซึ่งเป็น นักศึกษาของมหาวิทยาลัยจงฝ่า ยังมีมหาวิทยาลัยหนานจิงจงเอียน, มหาวิทยาลัยซีเป่ยเหลียนต้า, โรงเรียนซีเป่ยกง, โรงเรียนซีเป่ยฝ่าซาง, มหาวิทยาลัยพละศึกษาซีเป่ย เป็นต้น ท่านอู๋ถูหนานมาใน ภายหลังเนื่องจากมีฐานะยากจน ต้องหาเลี้ยงชีพไปทั่ว ที่ไหนที่มาเชิญท่านไปท่านก็ไป ไม่อย่างนั้นก็ จะไม่มีอะไรกิน ในตอนนั้นภาระหน้าที่ทางครอบครัวของท่านอู๋หนักมาก มีพี่น้องทั้งหมดรวมทั้งตัวท่าน เองรวม 13 ชีวิตด้วยกัน ความเป็นอยู่และปากท้องของทุกคน ล้วนอาศัยท่านอู๋ถูหนานเพียงคนเดียว ซึ่งท่านจะว่างงานไม่ได้เลยแม้สักวันเดียว ดังนั้นไม่ว่าเหนือใต้ออกตกของประเทศจีน ท่านอู๋ถูหนาน ล้วนไปมาจนหมดแล้ว ยกเว้นแต่ที่ธิเบตเท่านั้นที่ยังไม่เคยไป
ในระยะหลังนี้มุ่งวิเคราะห์ด้านอายุวัฒนะ
ถึงแม้ว่าในสมัยแรกๆ ท่านอู๋ถูหนานจะต้องเดินทางไปมาในสถานที่ต่างๆ แต่ว่าท่านยังคงทำงานเกี่ยว กับมวยไท่เก๊กในแนวทางวิทยาศาสตร์ตลอดมา ท่านอู๋ถูหนานเชื่อว่า มวยไท่เก๊กไม่เพียงแต่สามารถ เพิ่มสมรรถภาพทางร่างกาย ยังสามารถเพิ่มสติปัญญาให้แก่ผู้ฝึกได้อีกด้วย อย่างเช่นถ้าผู้ฝึกสามารถ ฝึกและปฏิบัติตามขั้นตอน จนครบทั้ง 4 ขั้นตอนของการฝึกพลังฝีมือแล้ว ถึงตอนนั้นทั่วทั้งร่างกายของ ผู้ฝึกนั้น จะมีระดับความฉับไวสูงเป็นพิเศษ มาในตอนหลังท่านอู๋ถูหนานมุ่งวิเคราะห์ทางด้านอายุวัฒนะ ท่านอู๋มีความคิดว่า คนๆหนึ่งมีอายุสัก 40-50 ปี หลังจากที่ได้เรียนวิชาความรู้ต่างๆเอาไว้อย่างมาก มาย แต่แล้วเกิดมาเสียชีวิตไปอย่างกะทันหัน ไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียของบุคคลๆนั้น แต่ยังเป็นการ สูญเสียของประเทศชาติอีกด้วย ในปัจจุบันที่ประเทศจีนกำลังพัฒนา ยิ่งต้องการใช้บุคลากรเป็นจำนวน มาก แต่ว่ามีบางคนมีอายุไม่เท่าไหร่ก็ต้องมาตายเสียแล้ว นี่ไม่ใช่สิ่งที่น่าเสียดายดอกหรือ?
![]() | ![]() | ![]() |
| ท่านอู๋ถูหนานและภรรยา อายุ 35 และ 25 | เมื่ออายุ 55 และ 45 | เมื่ออายุ 100 และ 90 |
สิ่งที่ท่านอู๋ถูหนานวิเคราะห์ในเรื่องอายุวัฒนะกับมวยไท่เก๊ก ก็คือวิเคราะห์ว่าทำอย่างไรจึงจะหน่วงให้ คนเราแก่และเสื่อมสภาพช้าลงไป แล้วจะให้สามารถหน่วงได้ถึงระดับใด? ก็คือให้สามารถหน่วงได้ ตลอดอายุขัยของเรา ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น อวัยวะภายในล้วนหยุดแล้วไม่ทำงานแล้ว นี่จึงนับว่าจบสิ้น

ภรรยาท่านอู๋ถูหนาน ขณะอายุ 107 ยังเดินเหินได้เป็นปกติโดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า
ท่านอู๋ยังมีแนวความคิดอีกว่า บุคคลที่กำลังจะถึงแก่ความตายในไม่กี่วินาทีข้างหน้า ยังสามารถมีสติที่ แจ่มใสได้ แขนขายังล้วนเคลื่อนไหวได้ดังใจ เมื่อสั่งเสียจบแล้ว ก็ลาโลกไป ไม่มีหน้าตาที่บิดเบี้ยวเหยเก ร่างกายเป็นอัมพฤตอัมพาต นี่คือแนวความคิดของท่านอู๋ถูหนาน การวิเคราะห์จะเป็นไปตามนี้หรือไม่ ตอนนี้ตัวท่านเองก็ยังให้คำตอบไม่ได้ เนื่องจากตัวท่านก็ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากจะถึงเวลาที่กำลังจะลาโลก ไปในชั่ววินาทีนั้น ท่านจึงจะสามารถรู้ได้ ท่านกล่าวว่า แต่ว่าเมื่อถึงเวลานั้นนับได้ว่ารู้แล้ว แต่เกรงว่าไม่ สามารถจะพูดออกมาได้อีกแล้ว ก็เพียงแต่รอให้ทุกๆคนสานต่อในเรื่องนี้ เนื่องจากท่านอู๋ถูหนานริเริ่ม การศึกษาเรื่องอายุวัฒนะ ทุกที่ในประเทศจีนล้วนตื่นตัวขึ้นมาแล้ว มีการเขียนเรื่องราวของการมีอายุยืน ยาวโดยเฉพาะ เช่นในเมืองเทียนสิน ได้พิมพ์นิตยสาร”ฉางโซ่ว (อายุวัฒนะ)”ออกมาเป็นต้น
ในขณะที่ทุกๆที่ทั่วโลก ล้วนแต่หันมาวิเคราะห์กันในเรื่องการสามารถมีอายุยืนยาว แต่การวิเคราะห์เรื่อง นี้ของพวกเขา ส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ในสิ่งที่สามารถมองเห็นได้ แต่ไม่ได้คำนึงถึงสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็น ได้ อาทิความดีงามของจิตใจ สิ่งเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นของที่อยู่ภายใน จึงไม่เหมือนสิ่งที่เกิด ขึ้นจากการฝึกฝนมวยไท่เก๊กที่มีผลรับที่ดี ท่านอู๋ถูหนานเห็นว่ารูปแบบในการฝึกมวยไท่เก๊กนี้สมบูรณ์ อย่างยิ่ง ในตอนต้นทศวรรษของปี 60 ท่านอู๋ถูหนานเคยเขียนศาสตร์แห่งอายุวัฒนะขึ้นมา ยังไม่ทันได้ เผยแพร่ ก็เกิดความวุ่นวายทางการเมือง และบทความนี้ได้ถูกคนฉกฉวยไป จนถึงปัจจุบันนี้คนที่เอาไป ก็ยังไม่กล้าเปิดเผยออกมา เนื่องจากเกรงว่าท่านอู๋จะตามไปทวงคืน อาจารย์หลิวซื่อหมิงได้ให้คำนิยมเกี่ยวกับท่านอู๋ถูหนานเอาไว้ว่า “ผมอยากจะพูดถึงความรู้สึกที่มีต่อท่าน ผู้เฒ่าอู๋(หมายถึงท่านอู๋ถูหนาน)อย่างสั้นๆ ก่อนอื่นก็จะต้องเริ่มที่ว่า อะไรคือมวยไท่เก๊กที่แท้จริง ที่ผมเห็น ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่ผู้ที่ศึกษาทางด้านมวยไท่เก๊ก ยังคงรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น มวยไท่เก๊กที่แท้จริงมัน ครอบคลุมตั้งแต่เริ่มฝึกฝน จนกระทั่งสามารถยึดกุมวิชาฝีมือเอาไว้ได้ มวยไท่เก๊กทั่วไปในปัจจุบันนี้ล้วน ไม่สามารถคลำหาขอบเขตของมวยไท่เก๊กได้ มวยไท่เก๊กของท่านผู้เฒ่าอู๋ในด้านคุณค่าพื้นฐานกับความ หมาย ผมเห็นว่ามีอยู่ 2 ข้อ ข้อแรกในด้านของวิชาการต่อสู้ ท่านผู้เฒ่าอู๋เคร่งครัดจริงจังกับวิชาพื้นฐานของมวยไท่เก๊กที่ได้รับสืบ ทอดมา อีกทั้งยังรวมเอาจุดเด่นของวิทยายุทธ์ของสำนักต่างๆ มายกระดับของฝีมือและศิลปะของมวย ไท่เก๊กขึ้นมา การทุยโส่วของท่านซึ่งดูจากทางภายนอก จะเห็นว่ามีท่าทางการเคลื่อนไหวอยู่ไม่กี่ท่าเอง แต่แท้ที่จริง แล้ว มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย ในวงกลมวงหนึ่งมีอยู่ 360 องศา แต่ว่าภายในแต่ละองศาก็ยัง แบ่งออกได้อีก 360 องศา ดังนั้นการเคลื่อนไหวที่ดูเผินๆมีไม่กี่ท่า แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ร้อย แปดพันประการ มองจากทางมหภาคจนถึงจุลภาค ความวิเศษพิสดารที่แท้จริงของมวยไท่เก๊กก็คือสิ่ง ที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกาย เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ที่เป็นลักษณะการใช้จริงในมวยไท่เก๊กของท่านผู่เฒ่าอู๋ ท่านยังไม่เปิดเผยออกมา หลิงคงจิ้ง(พลังทะยานฟ้า)ของท่านมีชื่อเสียงมาก หลิงคงจิ้งคือพลังที่ถึงแม้คุณยังไม่ได้สัมผัสถูกตัวของ ท่าน แต่พลังลมปราณของท่านก็ถึงตัวของคุณแล้ว และคุณก็จะล้มลงไปโดยที่คุณเองก็ยังงุนงงไม่เข้าใจ ว่าล้มลงไปได้อย่างไร ที่กล่าวมาทั้งหมดก็คือความหมายในข้อแรก ส่วนข้อที่สองนั้นเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ ในด้านการเพิ่ม พูนความแข็งแรงให้กับร่างกาย ในด้านการรักษาโรค ตลอดจนถึงด้านอายุวัฒนะเป็นต้น ท่านผู้เฒ่าอู๋ได้ พัฒนาให้ก้าวหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง ท่านเป็นผู้ริเริ่มและทำการวิจัยมวยไท่เก๊กในแนววิทยาศาสตร์ คั้นเอา หัวกระทิในด้านของคุณประโยชน์ตลอดจนถึงด้านการปฏิบัติจริงของมวยไท่เก๊ก ซึ่งท่านได้สะสมประสบ การณ์ในด้านนี้ไว้อย่างมากมาย มีตัวอย่างจริงอยู่เรื่องหนึ่ง ผมเคยแนะนำคนไข้โรคตับอักเสบคนหนึ่ง ให้รู้จักกับท่านผู้เฒ่าอู๋ ซึ่งคนไข้ คนนี้ผลการตรวจทางคลินิกพบว่ามีค่า G.P.T.อยู่ในระดับที่สูงมาก แต่เมื่อถึงมือของท่านผู้เฒ่าอู๋ โรคตับที่เป็นอยู่ก็หายเป็นปกติภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน นั่นก็คือคนไข้คนนี้ฝึกมวยไท่เก๊กจน โรคตับหายไป ที่จริงคุณก็ฝึกมวยไท่เก๊ก ผมก็ฝึกมวยไท่เก๊ก มองดูจากภายนอกมันก็ดูเหมือนกัน ไม่มีอะไรที่แตกต่าง กัน แต่พอเป็นมวยไท่เก๊กของท่านผู้เฒ่าอู๋สอนให้คุณนั้น ผลรับที่ได้กลับแตกต่างกันความวิเศษพิสดาร ที่แท้จริงของมวยไท่เก๊ก ต้องอาศัยการถ่ายทอดทางมุขปาฐะ และยิ่งต้องอาศัยการสอนที่ต้องแสดงทาง ร่างกายให้ผู้เรียนเห็นและสัมผัสถูกต้องได้ ผมจะพูดคุยกับคุณหม่าโหย่วชิง ในด้านจุลภาคของมวยไท่เก๊กอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้าน ที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะสอดคล้องกับหลักทางวิทยาศาสตร์ ดังนั้นมวยไท่เก๊กจึงไม่ใช่การที่คุณเคยใช้ กำลังใช้ความรวดเร็ว แล้วมาเปลี่ยนเป็นอ่อนนุ่มใช้ความช้า แล้วเรียกว่ามวยไท่เก๊ก แบบนี้ไม่ถูก ต้อง คุณยังคงไม่ใช่มวยไท่เก๊ก คนโดยทั่วไปในสมัยนี้จะไม่รู้ถึงเนื้อหาสาระอันแท้จริงของมวยไท่เก๊ก สิ่งที่ท่านผู้เฒ่าอู๋พูดในวันนี้ จึงจะเป็นของแท้ วันนี้ท่านได้ในคำแนะนำไว้อย่างไม่ได้เก็บเอาไว้แม้แต่ น้อย เป็นสิ่งที่สำคัญจริงๆและมีคุณค่าจริงๆ”





